[Fan-Fiction:Hetalia] My Heart Remembers You

posted on 05 May 2009 00:36 by mercutery

คำเตือน: เฮตาเลียเป็นเพียงเรื่องสมมติที่แต่งขึ้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับประเทศ บุคคล หรือสถานจริงแต่อย่างใด

Yaoi Warning

มาแล้ว โปรเจคลองของ2 คราวที่แล้วเป็นออริ คราวนี้เป็นฟิก ใช้เวลานั่งมึนอยู่เป็นอาทิตย์ เหอะๆ
จริงๆวันที่แต่งจริงมันประมาณ3-4วัน แต่มันมีช่วงตรงกลางคิดไม่ออกไปนั่งโหลดโด อ่านนิยายอยู่หลายวัน55 แต่ในที่สุดก็เสร็จจนได้

พล็อต เรื่องนี้คิดไว้นานชาติเศษ ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว พีคคู่นี้เพราะจิบิตาเลียช่างน่ารัก และก็เพราะแมดหลายๆคลิปที่ดู เลยไซโคตัวเองจนได้เรื่องนี้มา

ขอบคุณเพื่อนๆที่ช่วยเบต้ารีดให้ก่อน แก้ไปแก้มาจนคิดว่าอันนี้ดีสุดแล้วล่ะ (จริงๆคือขี้เกียจแก้แล้ว55)

ออกตัวก่อนอีกทีว่า ไม่ได้แต่งดีอะไรเลยแต่ก็พยายามอย่างที่สุดแล้ว (เพราะความชอบสถานเดียวถึงแต่งออกมาได้)

 

Fanfiction: Hetalia

German – Italy

 

My Heart Remembers You

 

- “ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปอีกกี่ร้อยปี ฉันก็จะรักเธอตลอดไป รักมากกว่าใครๆในโลก” -

 

เค้าไม่อยากเห็นจักรวรรดิโรมันเป็นเหมือนคุณปู่

 

เค้าชอบที่จักรวรรดิโรมันเป็นแบบนี้ที่สุด

 

ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา ต้องลากันแล้วล่ะ เพราะงั้นไม่ต้องกังวลแล้วนะ

 

จะไปจริงๆเหรอ

 

อย่าไปเลยนะ

 

ฉันรักเธอรักมาตลอด

 

อย่าไป!!!”

 

ร่างที่ฟุบอยู่บนโต๊ะสะดุ้งตื่นขึ้น ค่อยๆเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะทำงานพลางใช้มือปาดเหงื่อที่เกาะตามไรผมตัวเองช้าๆ

 

นี่เราหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่?

 

คิดพลางจ้องมองเอกสารกองโตที่วางกองเป็นระเบียบอยู่บนโต๊ะ เราคงจะเหนื่อยจนเผลอหลับไปสินะ ช่วงนี้ก็นอนไม่ค่อยพออยู่แล้วด้วย ชายหนุ่มรู้ดีว่าฝืนร่างกายจนเกินไป แต่จะพักก็ไม่ได้ยังมีงานที่ต้องรีบสะสางอีกมากมายนัก ถ้าไม่รีบทำให้เสร็จอาจจะยิ่งสร้างภาระให้เขาเพิ่มในตอนหลัง ร่างสูงค่อยๆลุกขึ้นยืนบิดตัวไล่ความเมื่อยขบจากการนั่งทำงานติดต่อกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง นัยน์ตาสีฟ้ามองออกไปนอกต่างหน้าก่อนจะเดินไปหยุดยืนรับลม สายลมแผ่วกระทบต้นคอทำให้รู้สึกเย็นสบาย การที่นั่งอุดอู้อยู่แต่ในห้องทำให้รู้สึกอึดอัด ออกมายืนรับลมสักหน่อยก็ดี

 

ฝันเรื่องนั้นอีกแล้ว

 

ร่างสูงนึกถึงเรื่องที่ตนเองฝันเห็นครั้งแล้วครั้งเล่า เด็กคนนั้น ถึงจะเห็นแค่เลือนราง แต่เขาก็มั่นใจว่าเด็กคนนั้นร้องไห้ ดวงตากลมโตคู่นั้นหรุบต่ำลง แพขนตากระพริบถี่เพื่อพยายามขับไล่น้ำตาที่หลั่งรินออกมาไม่ขาดสาย มือเล็กกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น

 

- “อย่าไปเลยนะ -

 

แค่คำพูดเพียงเท่านั้นก็ทำให้เขารู้สึกอยากเข้าไปโอบกอดเด็กคนนั้นไว้ อยากกอดไว้ให้แน่นที่สุด อยากปลอบให้หยุดร้องไห้

 

ทำไมกันนะ แค่ได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กคนนั้นเขาถึงได้รู้สึกเจ็บปวดขนาดนี้ ใครกันทิ้งเด็กคนนั้นได้ลงคอ คนคนนั้นไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือไง ไม่รู้สึกอะไรเลยหรือที่เห็นน้ำตาคลออยู่ในดวงตาสีน้ำตาลคู่สวย ทั้งๆที่เด็กคนนั้นก็ขอร้องแล้วว่า อย่าไป

 

ใจร้ายเหลือเกิน ถ้าเขารู้ว่าใครทิ้งเด็กคนนั้นไว้ล่ะก็จะต้องเข้าไปต่อว่าเป็นแน่

 

ร่างสูงเดินกลับมาที่โต๊ะทำงาน สลัดความคิดฟุ้งซ่านเมื่อครู่ทิ้งไป ยังไงก็เป็นแค่ความฝันล่ะนะ ตั้งกระดาษตรงหน้าต่างหากคือความจริงที่ยังไงก็หนีไม่พ้น อย่างน้อยวันนี้ก็ต้องจัดการให้เสร็จไปสองในสามให้ได้ จากนั้นค่อยไปนอนพักสักงีบ ตื่นมาดื่มกาแฟสักถ้วยแล้วค่อยทำงานต่อ

 

- ปัง ปัง ปัง -

 

เสียงเคาะประตูหน้าบ้านดังขึ้นขัดหมายกำหนดการณ์ที่ชายหนุ่มวางไว้ในใจ

 

ใครนะ มาเอาตอนนี้ แค่นี้เขาก็งานยุ่งจะตายอยู่แล้วไม่มีเวลามารับแขกหรอกนะ ถ้าจะพูดให้ถูกคือเขาไม่มีเวลาทำอะไรเลยจนกว่าจะจัดการกับกองเอกสารบนโต๊ะเสร็จนั่นแล่ะ

 

- ปัง ปัง ปัง -

 

ครับ ครับ กำลังจะเปิดให้ครับ

 

ใครกันนะ ญี่ปุ่นเหรอ หมอนั่นพึ่งวางสายจากเขาไปเมื่อ 2 ชั่วโมงก่อนเอง ถึงจะบอกว่าถ้ามีเวลาจะแวะมาแถบนี้ก็เถอะ คงไม่มาถึงเร็วขนาดนี้หรอก หรือว่าเป็นอังกฤษก็ไม่น่าใช่ สองวันก่อนที่แวะเอาเอกสารไปให้อ่านเห็นงานกองกันมากกว่าของเขาสักสองเท่าได้ แถมสภาพของอังกฤษก็ดูย่ำแย่กว่าเขาหลายเท่านัก คาดว่าคงไม่ได้นอนมาหลายคืนแล้ว คงไม่มีทางเดินทางไปไหนมาไหนได้แน่ๆ

 

พอตัดตัวเลือกที่(อาจจะ)เป็นไปได้ทั้งหมดทิ้งก็เหลืออยู่แค่คนเดียว ที่ไม่เคยเห็นว่าจะเคยมีงานยุ่งเหมือนกับคนอื่นบ้างเลย ถึงได้แวะมาเขาได้เกือบทุกวันแบบนี้ ถ้าจะพูดให้ถูกคือ ถึงจะงานยุ่งแต่เจ้าตัวก็ยังทำตัวเรื่อยๆเอื่อยๆลอยไปลอยมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่ดี

 

แอ๊ด

 

เยอรมัน~~~~~”

 

เปิดประตูยังไม่ทันสุด ร่างในชุดสีฟ้าก็โถมเข้าใส่ตัวเขา ดีนะ ที่เขาชินกับนิสัยแบบนี้ของอิตาลีมานานแล้วเลยไม่ได้ตกใจอะไรมากนัก  

 

คงไม่สามารถไล่กลับบ้านได้แน่ๆ ร่างสูงนึกเมื่อเห็นถุงใบใหญ่ที่อีกฝ่ายถือมาคงกะมาค้างสักวันสองวัน

 

วันนี้มาทำอะไรอีกล่ะ อิตาลีเอ่ยพลางคว้าตัวคนที่กอดเขาไว้แน่นเข้ามาในบ้านแล้วปิดประตู

 

มาจัดปาร์ตี้กันเถอะน้า~~~~~” คนถูกถามตอบพร้อมเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มกว้าง

 

น้ำเสียงสุดแสนจะร่าเริงทำให้คนฟังต้องขมวดคิ้วเป็นรอบที่ร้อยของวัน (99รอบก่อนหน้านั้นเพราะบรรดาข้อความบนเอกสารที่กองอยู่บนโต๊ะเขานั่นแล่ะ)

 

งานก็ยังไม่เสร็จ นี่จะหาเรื่องยุ่งอะไรมาให้เขาอีกล่ะ เยอรมันนึกบ่นอยู่ในใจ แต่ถ้าปฎิเสธไปเจ้าตัวคงต้องลงไปนอนแก้ผ้าร้องห่มร้องไห้อีกแน่ๆ คิดได้ดังนั้นร่างสูงก็ถอนหายใจ

 

นายอยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ แต่ตอนนี้ฉันไม่ว่างจริงๆ งานยังไม่เสร็จเลย พูดอย่างปลงๆพลางดันคนตัวเล็กกว่าเข้าไปทางห้องรับแขก

 

ไม่เอาอ่ะ เค้าไม่ยอม ปาร์ตี้ต้องมีกันหลายๆคนสิถึงจะสนุก เยอรมันต้องมาร่วมด้วยนะ

 

เดี๋ยวก่อนปาร์ตี้งั้นเหรออย่าบอกนะว่านายเที่ยวชวนคนอื่นเขาไปทั่วแล้วน่ะ อีกแล้ว นิสัยรักสนุกของหมอนี่นี่จริงๆเลย

 

อีกฝ่ายทำหน้าสลดลงไปเล็กน้อยก่อนบอกว่า

 

เค้าก็ไปชวนมาแล้วอ่ะ แต่ไม่มีใครยอมมาเลยสักคน บอกว่ามีงานยุ่งแล้วก็ไล่เค้าออกมา แต่ถ้าเยอรมันอยากให้มาล่ะก็ เค้าไปชวนใหม่ก็ได้นะ

 

เฮ้ย!! เดี๋ยว

 

คนท้วงรีบคว้าคอเสื้ออีกฝ่ายได้ทันก่อนที่จะวิ่งออกไปชวนคนอื่นอีกรอบอย่างที่เจ้าตัวว่า

 

ฉันบอกเมื่อไหร่ว่าอยากให้คนอื่นมาน่ะ แค่นี้ก็วุ่นวายจะตายอยู่แล้ว นายคนเดียวก็พอแล้ว

 

“…”

 

เอ๊ะประโยคเมื่อกี้มันทันทีที่คิดความหมายลึกซึ้งของประโยคที่ตัวเองพูดออกไปแล้วก็อดหน้าแดงขึ้นมาไม่ได้  แต่ยังไม่ทันจะได้แก้ตัวอะไรออกไป อีกคนที่ดูเหมือนจะไม่ได้คิดอะไรกับคำพูดเมื่อกี้เลยซักนิดก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน

 

งั้นเยอรมันต้องมานั่งเล่นเป็นเพื่อนเค้านะ นะ นะ นะ นะ~~~~” อิตาลีพูดพลางเข้ามาเกาะแข้งเกาะขาล้อมหน้าล้อมหลัง มือบางจับแขนเขาพยายามลากเข้าไปในสวนหลังบ้าน

 

เยอรมันขืนตัวไว้ มือใหญ่พยายามแกะมือปลาหมึกของอีกฝ่ายออก

 

ไม่ได้ ฉันงานยุ่ง

 

ชวนคนอื่นก็ไม่มีคนมา เยอรมันก็เหมือนกัน ไม่ชอบเค้าแล้วหรอ

 

ไม่ใช่แบบนั้นนะอิตาลี

 

ไม่เอาอ่ะ เยอรมันไม่รักเค้าแล้วเหรอ

 

“…”

 

อ๋า เยอรมันไม่รักเค้าแล้วจริงๆเหรอ เยอรมันจะทิ้งเค้าแล้วเหรอ ไม่ยอมนะ ไม่ยอมอิตาลีร้องไห้โฮโผเข้ามากอดร่างสูงแน่น

 

เอ่อ….คือไม่ใช่แบบนั้นนะอิตาลี คือฉันงานยุ่งจริงๆ

 

ไม่จริงอ่ะ ถ้ารักเค้าก็ต้องมาเล่นกับเค้าสิ เยอรมันจะทิ้งเค้าอ่ะ ฮืออออ โฮวววว เสียงร้องอย่างไม่เกรงใจใครของคนตรงหน้าทำให้หนุ่มผมทองเริ่มทำตัวไม่ถูก

 

ให้ตายสิ เขาไม่ถนัดรับมือกับอาการแบบนี้ของอิตาลีเลยจริงๆ

 

เยอรมัน~~~ ฮืออออ อิตาลียังคงร้องไห้ต่อไปได้อีกหลายชั่วโมงแน่ๆถ้าเขาไม่ทำอะไรสักอย่าง

 

เอ่ออิตาลีคือ…. เฮ้อออออตกลง ก็ได้ นายไปจัดของรอในสวนก่อน เดี๋ยวฉันตามไป เยอรมันพูดพลางเอามือลูบศีรษะอิตาลี ไม่ว่าเมื่อไหร่เขาก็แพ้น้ำตาของหมอนี่ทุกที

 

คำตกลงของเขาทำให้คนโวยวายหยุดร้องไห้ทันที สองมือปาดน้ำตาทิ้งก่อนหันมายิ้มให้เขาอย่างร่าเริงอีกครั้ง

 

งั้นเดี๋ยวเค้าไปเตรียมทำพาสต้าก่อนนะ จะทำให้อร่อยที่สุดเลย~~ เยอรมันต้องชอบแน่ๆ แล้วเราไปนั่งกินในสวนกันนะ

 

พอฟังคำรับปากจากเขาร่างเล็กก็ผลุบหายเข้าไปในห้องครัวอย่างรวดเร็ว

 

เฮ้อ ช่วยไม่ได้นะ ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากรีบทำงาน ถึงแม้งานจะสำคัญแต่อิตาลีก็สำคัญไม่แพ้กันเหมือนกัน ถือว่าได้พักผ่อนก็แล้วกันแถมยังไม่ต้องทำอาหารเองอีก  ร่างสูงพึมพำกับตัวเองเบาๆหลังจากกลับเข้ามาในห้องทำงานอีกครั้ง

 

 

โอ้ย

 

เสียงร้องดังมาจากสวนหลังบ้านทำให้ร่างสูงสะดุ้งจากการขะมักเขม้นอ่านเอกสารตรงหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย

 

แย่ล่ะสิ เผลอทำงานเพลินไปหน่อย ตอนนี้กี่โมงแล้ว ไม่สิที่สำคัญกว่านั้น เมื่อกี้มันเสียงอิตาลีนี่!!

 

อิตาลี เกิดอะไรขึ้นร่างสูงที่รีบผลุนผลันวิ่งตรงดิ่งมาที่สวนหลังบ้านของตัวเองตะโกนถามอย่างร้อนรน

 

ฮืออออออ เยอรมัน เค้าโดนหมากัดอ่ะ เจ็บจัง ฮืออออ

 

เยอรมันมองอิตาลีที่นั่งจุมปุ๊กอยู่บนพื้นหญ้าโดยมีเจ้าเยอรมันเชฟเพิร์ดที่เขาเลี้ยงไว้นั่งกระดิกหางอยู่ใกล้ๆ ร่างสูงเดินเข้าไปนั่งข้างๆคนตัวเล็กกว่าพลางสำรวจมือที่มีรอยจ้ำแดงๆ

 

คงโดนกัดแค่เบาๆเท่านั้นแล่ะ

 

เดินเข้าบ้านหยิบผ้าสะอาดหนึ่งผืนพร้อมยาทาแก้ฟกช้ำมาหนึ่งกระปุก แล้วมานั่งลงข้างๆอิตาลีพลางดึงมือฝ่ายนั้นแล้วเช็ดด้วยผ้าอย่างแผ่วเบา เช็ดเสร็จก็แต้มยาให้อีกฝ่ายพลางถามว่า

 

ไปทำอีท่าไหนถึงได้โดนมันกัดเอาได้ล่ะ ปกติสุนัขที่เขาเลี้ยงไว้ทุกตัวก็คุ้นเคยกับอิตาลีเป็นอย่างดี เพราะหมอนี่มาหาเขาบ่อยอย่างกับว่าที่นี่เป็นบ้านหลังที่สองของตัวเองยังไงยังงั้น แถมยังชอบเอาพาสต้ามาให้พวกมันกินอีก เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่สุนัขของเขาเห็นอิตาลีก็จะรีบวิ่งกระดิกหางเข้าใส่มากกว่า

 

ก็ เมื่อกี้เค้ากะจะแกล้งมันเล่นอ่ะ เลยกระโดดกอดมันจากด้านหลัง แล้วจู่ๆมันก็หันมากัดมือเค้าอ่า ฮือๆ

 

เฮ้อออ ถึงจะสนิทกันแค่ไหนแต่จู่ๆไปทำมันตกใจก็ไม่แปลกหรอกที่มันจะหันมากัดเอา แต่มันคงเห็นว่าเป็นคนรู้จักเลยกัดแค่เบาๆ ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่ได้แค่รอยแดงๆแค่นี้แน่

 

ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็หายเจ็บนะ วันหลังก็อย่าทำแบบนี้อีกล่ะพูดพลางใช้ปลายนิ้วปาดน้ำตาให้คนตรงหน้า

 

ก็เค้ารอเยอรมันตั้งนาน ไม่เห็นออกมาซะที เค้าก็อยากหาเพื่อนเล่นอ่ะ

 

“….ขอโทษนะ ทำงานเพลินไปหน่อย แต่ตอนนี้ว่างแล้วล่ะ มากินข้าวกันเถอะ จริงๆถ้าทำเสร็จแล้วจะเข้าไปเรียกฉันในห้องก็ได้นะอิตาลี รู้สึกผิดจริงๆที่ต้องปล่อยให้อิตาลีรอเขาแบบนี้ทั้งๆที่บอกไว้แล้วว่าจะนั่งเล่นเป็นเพื่อน

 

เค้าเห็นเยอรมันทำงานอยู่หน้าตาเครี๊ยดเครียดเค้าก็เลยไม่กล้าเข้าไปอ่ะ พูดพลางยื่นแขนทั้งสองข้างมาหาเขาเป็นเชิงให้ช่วยฉุดให้เจ้าตัวลุกขึ้น

 

ร่างสูงยื่นมือข้างหนึ่งไปฉุดคนตัวเล็กกว่าให้ลุกขึ้น

 

ขอโทษนะ ชายหนุ่มกล่าวขอโทษซ้ำอีกครั้ง ยังไงเขาก็ผิดจริงๆนั่นแล่ะ ทั้งๆที่รับปากไว้แล้ว

 

พอลุกขึ้นมาได้อิตาลีก็โผเข้ากอดเขาแล้วเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มพลางพูดว่า

 

ไม่เป็นไร กอดเค้าเป็นการไถ่โทษละกัน

 

ช่วยไม่ได้แหะ คิดพลางดึงร่างบางเข้ามากอด เป็นแบบนี้ทุกที เอะอะอะไรก็ชอบให้กอด เขาไม่เข้าใจคนประเทศนี้เลยจริงๆว่าทำไมถึงชอบให้กอด ชอบให้สัมผัสตัวนัก

 

อืมแต่เขาก็ไม่เกลียดพฤติกรรมนี้นักหรอกนะ

 

 

 

 

 

หนุ่มผมทองมองอาหารตรงหน้าที่คงจะเย็นชืดไปหมดแล้ว เพราะตอนที่อิตาลีมาพึ่งเลยเที่ยงมาแปปเดียว แต่ตอนนี้พระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้วด้วยซ้ำ เยอรมันนึกโทษตัวเองอีกครั้ง

 

ให้เค้าเอาไปอุ่นให้ใหม่ไหม เย็นหมดแล้วอ่ะ

 

ไม่เป็นไรหรอก ฉันกินได้ พาสต้าที่นายทำก็อร่อยเหมือนเดิมอยู่แล้ว  

 

คนฟังคงจะเขินถึงได้เอามือขึ้นมาเกาหัวแบบนั้น

 

แหะๆ นั่นสิ มีพาสต้าให้กินยังดีกว่าไม่มี เหมือนตอนที่ต้องไปอยู่บ้านคุณออสเตรีย แทบจะไม่ได้กินอะไรเลย อ๊ะ แต่จักรวรรดิโรมันก็ชอบเอาของกินมาให้บ่อยๆ ถึงจะไม่ค่อยอร่อยก็เถอะ แต่เค้าก็ดีใจนะ…”

 

นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่เขาไม่เข้าใจ อิตาลีเคยบอกกับเขาว่า เขาคือจักรวรรดิโรมันอะไรนั่นแน่ๆ แล้วก็เที่ยวเล่าเรื่องในอดีตของตัวเองกับจักรวรรดิโรมันให้เขาฟังอยู่บ่อยๆ

 

เขาจะเป็นจักรวรรดิโรมันได้ยังไง แล้วเรื่องที่อิตาลีเล่าก็ดูเหมือนจะเกิดมาตั้งหลายร้อยปีแล้ว ตอนนั้นเขายังไม่เกิดเลยด้วยซ้ำ หรืออิตาลีจะจำผิดคน

 

อาจจะแค่คนหน้าตาคล้ายกันก็ได้ เยอรมันเคยบอกกับอิตาลีครั้งหนึ่งตอนอิตาลีเล่าว่าเขาชอบทำหน้าตากลัวเหมือนจักรวรรดิโรมันไม่มีผิด

 

- “ไม่หรอก ถึงจะคนละชื่อ ถึงจะหน้าตาไม่เหมือนกัน แต่เค้าก็มั่นใจว่าเยอรมันต้องเป็นจักรวรรดิโรมันแน่ๆ แต่ตอนนี้เยอรมันยังนึกไม่ออกเท่านั้นเอง

 

อิตาลีพูดอย่างมั่นใจ -

 

 

 

 

 

อ๊ะ นั่นคุณกระต่ายนี่ คนที่นั่งตรงข้ามโต๊ะอาหารกับเขาจู่ๆก็ลุกขึ้นเมื่อมองเห็นกระต่ายสีขาวปลอดตัวหนึ่งกระโดดออกมาจากพงไม้ ไม่พูดอย่างเดียว เจ้าตัวยังวางส้อมที่กำลังกินพาสต้าอยู่แล้วเดินเข้าไปใกล้ๆแต่ก็ไม่ใกล้มากนักเพราะกลัวเจ้ากระต่ายน้อยจะตกใจจนกระโดดหนีไปซะก่อน

 

นี่ๆ เยอรมันมาดูสิ มีตั้งสองตัวแน่ะ อิตาลีหันมากวักมือเรียกเขา ร่างสูงลุกขึ้นแล้วเดินไปนั่งบนพื้นหญ้าข้างๆอิตาลี สายตามองตามนิ้วมือของอีกฝ่ายที่ชี้ไปตรงพุ่มไม้ใกล้ๆ

 

กระต่ายสองตัวกำลังกระโดดเล่นหยอกล้อกันไปมาไม่รับรู้เลยว่ามีคนสองคนมานั่งมองพวกมันอยู่ใกล้ๆ เยอรมันมองภาพนั้นแล้วคลี่ยิ้มบาง ภาพตรงหน้าทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายและสบายใจอย่างบอกไม่ถูก คงเพราะหลายวันมานี่เขาแทบไม่ได้ออกจากห้องทำงานไปไหน ตั้งสมาธิจดจ่อกับงานตลอดเวลาเลยทำให้เครียดมากเกินไปล่ะมั้ง การได้ออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ นั่งชมธรรมชาติ ถึงแม้จะเป็นแค่สวนหลังบ้าน แต่ก็ทำให้เขามีความสุขจริงๆ แบบนี้คงต้องขอบคุณคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆเขาสินะ

 

เยอรมันจำได้ไหม เมื่อก่อนเค้าเคยสอนนายวาดรูปด้วยนะ คุณกระต่ายนี่แล่ะ จู่อิตาลีก็พูดขึ้นมา ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างสงสัย เขาจำไม่ได้ว่าเคยไปขอให้อิตาลีสอนวาดรูปให้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เดิมทีเขาก็ไม่ใช่คนที่สนใจเรื่องศิลปะเท่าไหร่อยู่แล้ว อิตาลีคงหันมาเห็นสายตาที่เต็มไปคำถามของเขาเลยบอกว่า

 

ตอนที่เป็นจักรวรรดิโรมันน่ะ

 

จักรวรรดิโรมันอีกแล้ว

 

นายชอบจักรวรรดิโรมันมากเลยสินะ พลั้งปากเผลอถามออกไป แล้วก็รู้ตัวว่าไม่ควรพูดเพราะมันเหมือนกับว่าเขากำลังอิจฉาจักรวรรดิโรมันอะไรนั่น

 

เพียงแต่คนฟังคงจะยังจับไม่ได้ถึงความรู้สึกที่ส่งผ่านไปทางคำพูดนั้นของเขาถึงได้ตอบรับหน้าบานขนาดนั้น

 

อื้อ ก็จักรวรรดิโรมันดีกับเค้ามากๆ ใจดีที่สุดเลยล่ะ…”

 

แล้วฉันไม่ได้ใจดีกับนายหรือไง

 

“…ตอนที่อยู่ที่บ้านคุณออสเตรียเค้าเหงามากเลย จักรวรรดิโรมันก็มาเล่นเป็นเพื่อนเค้าบ่อยๆ…”

 

แล้วที่ฉันนั่งอยู่ตรงนี้กับนายเรียกว่าอะไร

 

ถึงจะดูดุไปบ้าง แต่ก็ตามใจเค้าทุกอย่างเลย…”

 

ฉันก็ไม่เคยขัดใจนายสักครั้งเลยเหมือนกัน

 

ยิ่งคนข้างๆทำหน้าตายิ้มแย้มมีความสุขทุกครั้งที่พูดถึงจักรวรรดิโรมันก็ยิ่งทำให้เขาไม่ชอบหน้าหมอนั่นมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆที่ยังไม่เคยพบหน้ากันด้วยซ้ำ พายุในใจค่อยๆก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ เยอรมันพยายามข่มความรู้สึกมากมายที่ประดังเข้ามาทั้งน้อยใจ เสียใจ โกรธ ทั้งๆที่หมอนั่นก็ไม่อยู่แล้ว ทำไมถึงยังอาลัยอาวรณ์นัก ทำไมถึงทำหน้าแบบนั้นตอนพูดถึงหมอนั่นด้วย แล้วที่นายพร่ำบอกว่าเขาคือจักรวรรดิโรมัน พร่ำบอกว่าชอบเขา อิตาลีชอบเขาที่เป็นเยอรมันหรือภาพสะท้อนของจักรวรรดิโรมันที่อยู่ในตัวเขากันแน่

 

 “…เค้าถึงได้บอกไงว่าเยอรมันต้องเป็นจักรวรรดิโรมันแน่ๆ

 

ในใจเหมือนได้ยินเสียงเส้นความอดทนของตัวเองขาดผึง

 

พอแล้ว!! ถ้านายคิดถึงหมอนั่นนักแล้วจะมาหาฉันทำไม เสียงตะโกนของเขาคงทำให้คนฟังตกใจไม่น้อย อิตาลีถึงได้สะดุ้งสุดตัวแบบนั้น เยอรมันมองดวงตาที่เบิกกว้างฉายแววความไม่เข้าใจอย่างชัดเจนว่าตนเองพูดอะไรผิด ก่อนที่น้ำใสๆจะเอ่อล้นขึ้นมา ริมฝีปากสั่นน้อยๆก็จะเอ่ยว่า

 

ก็ก็เยอรมันก็คือจักรวรรดิโรมันไง

 

ประโยคนั้นเหมือนหนามแหลมที่ทิ่มใจคนฟังให้เจ็บปวดมากขึ้น เยอรมันเบือนหน้าหนีจากสายที่เต็มไปด้วยคำถามของอิตาลี ฝ่ายนั้นคงไม่เข้าใจจริงๆว่าเขาโกรธอะไร ไม่เข้าใจว่าทุกเรื่องที่เล่าถึงจักรวรรดิโรมันมันทำให้เขารู้สึกอย่างไร ไม่เข้าใจเลย

 

นายมองฉันเป็นแค่ตัวแทนของจักรวรรดิโรมันเท่านั้นสินะ เยอรมันพูดเสียงต่ำ ก่อนจะหันหลังให้ร่างที่ยังคงนั่งอยู่บนพื้นแล้วเดินเข้าบ้าน

 

อย่าไปนะ

 

-“อย่าไปเลยนะ” -

 

แรงดึงจากด้านหลังทำให้เยอรมันหันกลับมามอง

 

เค้าไม่เคยคิดแบบนั้นเค้าจะคิดแบบนั้นได้ยังไงเยอรมันจะทิ้งเค้าไว้คนเดียวอีกเหรอไม่เอาแล้วเค้าไม่อยากถูกทิ้งไว้คนเดียวอีกแล้ว

 

อิตาลี

 

ภาพตรงหน้าทำให้ความโกรธเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น ร่างในชุดสีฟ้าตรงหน้าเขากำลังสั่น ดวงตาหรุบต่ำลง แพขนตากระพริบถี่แต่ก็ไม่อาจห้ามน้ำตาไม่ให้หลั่งรินได้ มือบางกำชายเสื้อตนเองแน่น

 

ขณะที่คนมองกำลังเอื้อมมือไปโอบไหล่คนตรงหน้ากลับหยุดชะงักกับภาพที่เห็น ท่าทางแบบนี้ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนนะ แล้วยังความรู้สึกแบบนี้อีก เหมือนเขากำลังทำความผิดเดิมซ้ำอีก

 

 

 

 

 

ใช่แล้ว! เด็กคนนั้น เด็กในความฝันของเขาคนนั้น

 

- “อย่าไปเลยนะ” -

 

ภาพเด็กน้อยในความฝันเมื่อเช้าย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำอีกครั้ง

 

หรือว่า เด็กคนนั้นก็คืออิตาลี

 

อย่าทิ้งเค้าเหมือนจักรวรรดิโรมันเลยนะ

 

ทั้งๆที่เค้าบอกแล้วว่าอย่าไปแท้ๆ

 

ตอนนั้นเค้าแค่ไม่อยากให้จักรวรรดิโรมันต้องบาดเจ็บเท่านั้นเอง

 

คนที่อิตาลีรั้งไว้ในตอนนั้นคือจักรวรรดิโรมันอย่างนั้นหรือ คนที่อิตาลีรั้งไว้ก็คือตัวเรา

 

นี่เราเคยทิ้งอิตาลีไว้คนเดียวจริงๆน่ะหรือ เราเป็นคนจากเด็กคนนั้นมา

 

อาเขาทำลงไปได้ยังไงกัน ตอนนั้นอิตาลีจะร้องไห้ขนาดไหนกัน เขาทำใจแข็งเดินจากหมอนี่มาทั้งๆที่กำลังร้องไห้ได้ยังไง นึกอยากลงโทษตัวเองสักร้อยครั้งกับการกระทำนั้น

 

มาถึงตอนนี้เขาก็ชักไม่แน่ใจนักว่าที่ตนเองปฏิเสธมาตลอดว่าไม่ใช่จักรวรรดิ เพราะเขาจำอะไรไม่ได้เลยสักนิด

แต่จู่ๆความรู้สึกบางอย่างพุ่งวาบขึ้นมาในจิตใจ ความคุ้นเคยบางอย่างทำให้ชายหนุ่มพยายามนึกถึงเรื่องที่อิตาลีเคยเล่าให้ฟัง ทั้งเรื่องกระต่าย ทั้งเรื่องวาดรูป แต่ไม่ว่าจะนึกยังไงเขาก็นึกไม่ออกจริงๆ ทุกครั้งที่พยายามนึกก็เหมือนมีม่านหมอกบางๆลอยอยู่ในความทรงจำทำให้ไม่เห็นภาพใดๆเลย มีแต่ความรู้สึกเท่านั้นที่สัมผัสได้ว่าเขาเคยรู้จักกับอิตาลีมาก่อนหน้านี้จริงๆ เหมือนมีสายใยบางอย่างเชื่อมพวกเขาไว้ด้วยกัน เหมือนเป็นเส้นด้ายบางๆที่ทำให้เราได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง

 

ตั้งแต่ได้พบกันครั้งแรก เขาก็ไม่อาจละสายตาจากอิตาลีได้เลยสักครั้ง

 

ทั้งที่รบก็ไม่เก่ง ทำอะไรก็ไม่เป็น รีบยอมแพ้ก่อนจะทันได้สู้ด้วยซ้ำ

ทั้งเสียงดังโวยวาย ชอบแก้ผ้าให้คนอื่นเขาหัวเราะ

ทั้งเอาแต่ใจ มีอะไรนิดอะไรหน่อยก็ร้องไห้

ทั้งชอบหาเรื่องใส่ตัว แล้วก็ทำให้เขาเดือนร้อนอยู่ตลอดเวลา

 

ทั้งๆที่เป็นแบบนั้น แต่เขาก็ทิ้งอิตาลีไปไม่ลง ต้องคอยดูแลอยู่ตลอดเวลา ได้กินพาสต้าจนน่าจะเปลี่ยนพาสต้ามาเป็นอาหารประจำชาติเขาอีกชาติหนึ่งเลยด้วยซ้ำ

 

ถึงจะมีข้อเสียมากมาย แต่เขาก็ชอบอิตาลีที่เป็นแบบนี้

 

จากที่ไม่เคยสนใจมาก่อน มาตอนนี้เขากลับอยากนึกให้ออกเดี๋ยวนี้ เขาอยากนึกให้ออกว่า

 

เมื่อก่อนเขากับอิตาลีทำอะไรกันบ้าง

พูดคุยเรื่องอะไรกัน

ไปเที่ยวเล่นที่ไหนกัน

อิตาลีสอนเขาวาดรูปยังไงบ้าง

 

เขาอยากนึกทุกอย่างเกี่ยวกับอิตาลีให้ออก

 

อิตาลี มือหนาเอื้อมไปลูบผมสีน้ำตาลนุ่มเบาๆ

 

ร่างบางหันหน้ามาหาเขาช้าๆ แสงอาทิตย์อัสดงสะท้อนเส้นผมให้ดูเหมือนมันกำลังส่องประกายระยิบระยับอยู่ตรงหน้าเขา น้ำตาเหือดแห้งไปแล้ว แทนที่ด้วยรอยยิ้มที่เจ้าตัวชอบยิ้มให้เขา และเขาก็ชอบมองรอยยิ้มนี้เช่นกัน

 

ฉันจะไม่ทิ้งนายไปไหนอีกแล้ว ฉันสัญญา ขอโทษที่ทิ้งนายไว้คนเดียว

 

อื้อ...เค้าเชื่อและก็รอมาตลอดว่าเราจะต้องได้พบกันอีกแล้วเราก็ได้พบกันจริงๆ

 

- “ลาก่อนอิตาลี การต่อสู้จบลงเมื่อไหร่ฉันจะกลับมาหาเธอแน่ๆ

 

เค้าจะรอจะรอตลอดไป

 

เราจะได้พบกันอีก เราจะได้พบกันอีกครั้งแน่ๆ” -

 

เยอรมันรวบร่างบางเข้ามากอดด้วยความรวดเร็ว ความรู้สึกต่างๆเอ่อล้นขึ้นมาในใจ ฉันดีใจจริงๆที่มีนายอยู่ตรงนี้ ดีใจที่อิตาลีไม่ลืมเขาและรอเขามาตลอด ดีใจจริงๆที่เราได้พบกัน

 

ร่างสูงก้มลงสบตาดวงตากลมโตของอิตาลีก่อนพูดด้วยน้ำเสียงมั่นคงว่า

 

ตอนนี้ฉันอาจจะยังจำไม่ได้ แต่ฉันสัญญา สักวันฉันจะจำได้แน่ๆ ใช่ เขาเชื่อเช่นนั้น รอฉันอีกหน่อยนะ

 

คนในอ้อมกอดชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่ริมฝีปากจะคลี่ยิ้มกว้าง

 

เค้ารอมาได้ตั้งเป็นร้อยปี ทำไมจะรออีกหน่อยไม่ได้ล่ะ ประกายสดใสทั้งในรอยยิ้มและดวงตาคู่นั้นทำให้เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น โน้มใบหน้าลงไปหอมแก้มนุ่มเบาๆก่อนกระซิบติดริมหูว่า

 

ขอบคุณ

 

.

.

.

.

 

 

เค้ารักเยอรมันนะ เยอรมันรักเค้ามั้ย

 

รักสิ

 

- “ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปอีกกี่ร้อยปี ฉันก็จะรักเธอตลอดไป รักมากกว่าใครๆในโลก” -

 

Fin

 

พล็อตนี้เกิดจากสองสามประโยคสุดท้ายล้วนๆ ไอ้ข้างบนๆน่ะมันพึ่งมาเติมเอาทีหลัง(ฮา)

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

หวาน หวานโฮกกกก

อิตาเลีย!! ด๊อยสึอิตาเลียบันซายยยย~~!!

เขียนได้ดีมากๆค่ะ cry

#1 By -:Lilitto:- on 2009-05-16 19:02